ปั๊มบาดาลดูดน้ำไม่ขึ้นเกิดจากอะไร? เช็ค 7 สาเหตุยอดฮิตที่ช่างเจอบ่อยที่สุด

ปัญหา "ปั๊มบาดาลดูดน้ำไม่ขึ้น" เป็นปัญหาชวนปวดหัวที่เกษตรกรและเจ้าของบ้านต้องเจอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงหน้าแล้งหรือแม้แต่ตอนที่เพิ่งติดตั้งปั๊มเสร็จใหม่ๆ หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าปั๊มเสียและรีบซื้อใหม่ทันที ทั้งที่ความจริงแล้วสาเหตุอาจเกิดจากปัจจัยภายนอกที่คุณสามารถแก้ไขเองได้
ในบทความนี้ เราได้รวบรวม 7 ปัญหาที่ช่างซ่อมปั๊มน้ำพบบ่อยที่สุด มาฝากครับ เพื่อให้คุณตรวจสอบเบื้องต้นได้ว่าทำไมน้ำถึงไม่ไหล ก่อนที่จะเสียเงินเรียกช่างหรือซื้อปั๊มตัวใหม่
1. มอเตอร์หมุนปกติ เสียงปกติ แต่น้ำไม่ขึ้น (ใบพัดมีปัญหา)
หลายครั้งที่เราเปิดสวิตช์แล้วได้ยินเสียงมอเตอร์ทำงานปกติ (Motor Run) กระแสไฟเข้าปกติ แต่กลับไม่มีน้ำไหลออกมา หรือไหลออกมาน้อยมาก สาเหตุหลักมักเกิดจาก "ใบพัด" (Impeller) หรือแกนเพลา
- สาเหตุ: แกนเพลาอาจจะขาดภายใน หรือใบพัดสลัดหลุด ทำให้มอเตอร์หมุนฟรีแต่ไม่ได้พาใบพัดหมุนไปด้วย หรือในกรณีปั๊มเก่า ใบพัดอาจสึกหรอจนไม่สามารถสร้างแรงดันน้ำได้
- วิธีเช็ค: ต้องดึงปั๊มขึ้นมาตรวจสอบสภาพใบพัดและแกนเพลา
2. ระดับน้ำในบ่อลดลง (ภัยแล้ง/น้ำแห้ง)
ปัญหาคลาสสิกในช่วงหน้าแล้งคือ "น้ำแห้ง" หรือระดับน้ำในชั้นบาดาลลดต่ำลง (Drawdown) แต่ตำแหน่งการติดตั้งปั๊ม (Setting Depth) ยังอยู่ที่ระดับเดิม
- อาการ: ช่วงแรกน้ำอาจจะไหลแรง แล้วค่อยๆ เบาลงจนหยุดไหล หรือไหลๆ หยุดๆ
- วิธีแก้ไข: ตรวจสอบระดับน้ำในบ่อ หากน้ำลดลงจริง ต้องทำการหย่อนท่อเพิ่มความลึกปั๊มลงไป (แต่ต้องระวังไม่ให้ลึกจนถึงก้นบ่อที่มีโคลน)
3. เลือกปั๊มผิดสเปค: แรงม้าถึง แต่ "Head" ไม่ถึง
การเลือกปั๊มน้ำไม่ได้ดูแค่ "แรงม้า" (HP) เท่านั้น แต่ต้องดูค่า Head (ระยะส่งสูง) ด้วย หากบ่อบาดาลของคุณลึกมาก แต่เลือกปั๊มที่มีสเปคเน้นปริมาณน้ำ (Flow) มากกว่าแรงดัน (Head) น้ำก็จะไม่มีแรงดันพอที่จะขึ้นมาถึงปากบ่อ
- หลักการ: ต้องคำนวณ
Total Dynamic Head = Vertical Lift + Friction Loss
- คำแนะนำ: ตรวจสอบ Nameplate ของปั๊มว่าค่า Head Max สูงกว่าความลึกที่ติดตั้งหรือไม่ ถ้าระยะปริ่มเกินไป น้ำจะไม่ขึ้น
4. วาล์วกันน้ำย้อน (Check Valve) รั่ว
วาล์วกันน้ำย้อน หรือ เช็ควาล์ว มีหน้าที่กั้นไม่ให้น้ำในท่อไหลย้อนกลับลงบ่อเมื่อปิดปั๊ม หากอุปกรณ์ตัวนี้รั่วหรือชำรุด จะเกิดปัญหาดังนี้:
- อาการ: เมื่อปิดปั๊ม น้ำในท่อจะไหลย้อนกลับลงบ่อจนหมด ทำให้เมื่อเปิดปั๊มครั้งต่อไป ปั๊มจะต้องทำงานหนักเพื่อตีน้ำขึ้นมาใหม่ (เสียเวลาและกินไฟ) หรืออาจเกิดอาการ "น้ำกระแทก" (Water Hammer) จนท่อแตกได้
5. ท่อดูดรั่ว หรือมีอากาศเข้าในระบบ
สำหรับระบบปั๊มบาดาล การรักษาแรงดันในท่อเป็นสิ่งสำคัญ
- กรณีปั๊มบาดาล (Submersible): หากท่อส่งน้ำ (Riser Pipe) รั่วภายในบ่อ น้ำที่ปั๊มดูดขึ้นมาจะพุ่งออกทางรูรั่วนั้นแทนที่จะขึ้นมาปากบ่อ ทำให้แรงดันตกวูบ
- กรณีปั๊มผิวดินดูดบ่อบาดาล: หากท่อดูดมีรอยรั่วแม้เพียงนิดเดียว อากาศจะแทรกเข้ามาแทนที่น้ำ ทำให้เกิดสุญญากาศไม่สมบูรณ์ ปั๊มจะไม่สามารถดูดน้ำขึ้นมาได้เลย
6. ทรายและโคลนอุดตัน (Sand Lock)
หากบ่อบาดาลไม่ได้ทำการเป่าล้างบ่อให้สะอาด หรือไม่ได้กรุผนังบ่อในช่วงชั้นดินทราย ทรายและโคลนจะไหลเข้ามาอุดตันที่ตะแกรงน้ำเข้า (Suction Screen) ของปั๊ม
- ผลเสีย: น้ำมีอยู่ในบ่อ แต่ปั๊มดูดไม่ไหวเพราะทางเข้าตัน หากฝืนเปิดนานๆ มอเตอร์อาจไหม้ได้ หรือใบพัดจะสึกหรออย่างรวดเร็วจากการโดนทรายกัด
7. ปัญหาเรื่องไฟฟ้า: ไฟตก สายไฟเล็กเกินไป (สาเหตุที่ถูกมองข้าม)
ข้อนี้เป็นปัญหาทางเทคนิคที่เจอบ่อยมากและทำให้ปั๊มพังเร็วที่สุด คือเรื่องของ "ระบบไฟฟ้า"
ไฟตก / แรงดันไฟฟ้าไม่พอ
เมื่อไฟตก มอเตอร์จะหมุนช้าลง รอบไม่จัด ทำให้ไม่มีแรงส่งน้ำ และที่อันตรายคือกระแสไฟ (Amp) จะพุ่งสูงขึ้นจนขดลวดมอเตอร์ร้อนจัดและไหม้ในที่สุด
สายไฟเล็กเกินไป
หากเดินสายไฟไกลจากแหล่งจ่ายไฟมาก แต่ใช้สายไฟขนาดเล็ก ความต้านทานในสายจะสูง ทำให้แรงดันปลายทางลดลง
- อาการ: มอเตอร์หมุนแต่รอบไม่เต็มที่ (Low RPM) เสียงมอเตอร์อาจจะครางผิดปกติ และน้ำไหลเบามาก
สรุป
หากคุณเจอปัญหาปั๊มบาดาลดูดน้ำไม่ขึ้น ให้ลองไล่เช็คตาม 7 ข้อนี้ก่อนครับ:
- เช็คใบพัด/แกน: มอเตอร์หมุนแต่น้ำไม่มา
- เช็คระดับน้ำ: น้ำในบ่อแห้งหรือไม่
- เช็คสเปคปั๊ม: ค่า Head เพียงพอหรือไม่
- เช็ควาล์ว: น้ำย้อนกลับหมดท่อหรือไม่
- เช็ครอยรั่ว: ท่อแตกหรือมีอากาศเข้า
- เช็คสิ่งอุดตัน: ทราย/โคลน ตันตะแกรง
- เช็คไฟ: ไฟตกหรือสายเล็กไปหรือไม่
การวินิจฉัยที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณแก้ปัญหาได้ตรงจุด ประหยัดงบประมาณ และยืดอายุการใช้งานของปั๊มน้ำได้ยาวนานครับ
Tip: หากไม่มั่นใจเรื่องระบบไฟ หรือต้องรื้อถอนปั๊มจากบ่อลึก แนะนำให้ปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายที่อาจเพิ่มขึ้นครับ


